สำนักข่าว sbothai พร้อมให้บริการ แทงบอลออนไลน์ รายงาน จาดอน ซานโช่
พิสูจน์ตัวเองได้อีกครั้งกับคำถามที่ว่าเขาดีพอจะเป็นหนึ่งในขุนพล 11
ตัวแรกของทีม "เสือเหลือง" หรือไม่ด้วยการกดแฮตทริกแรกในชีวิตการค้าแข้ง
ทำผลงานรวมเป็น 17 ประตู 16 แอสซิสต์แล้วในซีซั่นนี้
และเป็นนักเตะคนแรกของวงการฟุตบอลยุคใหม่ที่ทำสถิติได้สวยหรูเช่นนี้
แม้เจ้าหนูดาวรุ่งวัย 20
ปีต้องเจอปัญหาเดียวกันกับคนทั้งโลกในช่วงที่ไวรัสโคโรน่าระบาด นั่นก็คือ
"ร้านตัดผมปิดหมด" จนต้องปล่อยให้ผมยาวพะรุงพะรังจนคนแทบจำกันไม่ได้
แต่ในเกมที่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปเยือนพาเดอร์บอร์น
เราก็ได้เห็นซานโชตัดผมซะเรียบร้อย
แถมโชว์รอยสักใหม่ป้ายแดงรูปตัวการ์ตูนซิมป์สันและโซนิคด้วย
สองสิ่งที่ว่ามานี้อาจมีพลังวิเศษก็ได้
เพราะแข้งจอมบุกจากกรุงลอนดอนระเบิดฟอร์มร้อนแรงกดแฮตทริกได้ในช่วงครึ่งหลัง
พาทีม "เสือเหลือง"
ที่เสมอพาเดอร์บอร์นแบบไร้สกอร์ในครึ่งแรกกลับมาถล่มทีมเจ้าบ้านยับถึง 1-6
ประตู แถมยังยิงประตูที่ 3 ด้วยเท้าข้างที่ไม่ถนัดอีกต่างหาก
หกประตูที่ดอร์ทมุนด์ยิงใส่พาเดอร์บอร์นอาจไม่ได้ฟังดูน่าเซอร์ไพรส์สักเท่าไหร่
แต่แฮตทริกที่ซานโช่ทำได้นั้นมีความหมายกับตัวเขามาก
ประตูแรกของเขาแสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณในการเล่นเกมรุก
ส่วนประตูที่สองแสดงถึงพลังในการยิงประตู
ขณะที่ประตูที่สามคือสิ่งที่เป็นเครื่องหมายการค้าของซานโชตั้งแต่ก้าวเข้ามายังเวทีบุนเดสลีกา
นั่นก็คือทักษะการเลี้ยงบอลและความเร็วของเขา
และมันก็กลายเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของซานโช่เองและของสโมสรอีกด้วย
17 ประตูกับ 16 แอสซิสต์ทั้งๆ ที่ยังไม่จบซีซั่นด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ซานโช่ยังทุบสถิติของไค ฮาแวร์ทซ์ จากไบเออร์ เลเวอร์คูเซน
ด้วยการเป็นนักเตะที่ยิงครบ 30 ประตูในบุนเดสลีกาได้เร็วที่สุด
บางทีสิ่งที่ทำให้ซานโช่มีดีมากกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน
อาจจะเป็นสิ่งที่เขาเรียนรู้มาจากการเล่นฟุตบอลข้างถนนในย่านเคนนิงตัน
ของกรุงลอนดอนก็เป็นได้
นับตั้งแต่ศึกบุนเดสลีกากลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้งหลังต้องหยุดพักไปเพราะการระบาดของไวรัสโคโรน่า
ซานโช่ก็ไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเลยจนแฟนๆ
ต่างก็เป็นห่วงกันว่าเจ้าหนูคนนี้อาจหยุดพักไปจนร่างกายไม่สามารถกลับมาฟิตเหมือนเดิมได้อีกแล้วหรือเปล่า
แต่จากเกมวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาก็ได้พิสูจน์แล้วว่ายังดูดีและสดใสเหมือนเดิม
คลายกังวลแฟนบอลไปได้มากมายทีเดียว
จริงๆ
แล้วคงไม่มีใครอยากจะกาชื่อเจ้าหนูคนนี้ทิ้งจากลิสต์ 11 ตัวจริงของทีมหรอก
เพราะซานโช่คือนักเตะที่ยอมทิ้งโอกาสในทีมยักษ์ใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้
บินตรงสู่สนามซิกนัล อิดูน่าพาร์ค ลงหลักปักฐานที่นี่และไม่มองกลับไปอีกเลย
แต่เส้นทางชีวิตของทุกคนอาจต้องมีอุปสรรคมีหลุมเนินบ้างเป็นธรรมดา
และดาวรุ่งคนนี้ก็กำลังทำให้ทุกคนเห็นว่าเขาสามารถผ่านเรื่องราวเหล่านี้ไปได้เช่นเดียวกับยามกระชากบอลหลุดสลัดหนีตัวประกบในสนามไปได้เช่นกัน
เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาซานโช่เคยโดนสโมสรลงโทษทางวินัยด้วยการถูกห้ามลงแข่ง
1 นัดเนื่องจากเดินทางกลับสโมสรหลังไปรับใช้ทีมชาติช้ากว่ากำหนด
ซึ่งเมื่อเขาได้กลับมาลงสนามอีกครั้ง เจ้าตัวก็ทำผลงานยอดเยี่ยมยิง 4
ประตูและจ่าย 2 แอสซิสต์จาก 3 เกมลีก
การนั่งสำรองในเกม "แดร์คลาสสิกเคอร์" ปะทะบาเยิร์น มิวนิค
และเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในนัดสำคัญอาจเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับซานโช
แต่เมื่อไหร่ที่เจ้าหนูคนนี้ได้โอกาสแสดงฝีมือ
เขาก็จะทำมันอย่างเต็มที่เพื่อเติมเต็มความฝันในวัยเด็ก
หลังจากฉลองฟอร์มอันร้อนแรงในนัดล่าสุด
แน่นอนว่าซานโชจะต้องเตรียมตัวทุ่มเททุกอย่างที่มีใน 5
เกมลีกที่เหลือเพื่อพาต้นสังกัดและตนเองให้บินได้สูงที่สุดด้วยโอกาสที่ยังเหลืออยู่